วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557

การเพาะเลี้ยงกบนอกฤดู

การเพาะเลี้ยงกบนอกฤดูกาล

5 มีนาคม 2557  กิจกรรมรอบ ๆ บ่อเพาะเลี้ยงกบ
  


           กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไว้เป็นอาหารเสริมหรือไม่ก็ขายเพื่อเป็นรายได้เสริม ตอนนี้แม่พันธุ์กำลังฟักไข่อยู่อีกไม่นานก็คงมีสมาชิกลูกไก่เพิ่มครับ

           ส่วนภาพข้างล่างนี้ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง การปลูกพืชสวนครัวเพื่อลดรายจ่ายภายในบ้าน คือปลูกทุกอย่างที่กินได้ มีผู้ช่วยตัวจิ๋วด้วยครับ
            


 
         
                มาดูนี่ครับ นี่แหละครับผู้แลบ้านเวลาเราไม่อยู่  อังเปา กะ เฉาก้วย


              ตอนนี้เริ่มเพาะลูกกบแล้วครับ พร้อมกับการปรับปรุงสถานที่สำหรับการเลี้ยงลูกกบด้วย จะมีลูกกบพร้อมจำหน่ายประมาณกลางเดือนเมษายน 2557 ครับ
            เริ่มเพาะเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557





         ประมาณ 22 วันแล้ว และกำลังทำบ่อเพาะเพิ่ม จากที่มี 1 บ่อ ทำเพิ่มอีก 1 ตอนนี้มีบ่อเพาะ 2 บ่อครับ

            จากภาพที่เห็นกำลังต่อเติมหลังคาเพื่อพางแสงแดด เพื่อไม่ให้ร้อนมากเพราะเป็นฤดูร้อน เพื่อลดอัตราการตายของลูกกบ และยังช่วยป้องกันศัตรูกบ เช่น นก เป็นต้น

            บ่อ 2 เพาะเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2557 ครับ เมื่อคืนนี้เอง



           บ่อนี้กบออกไข่เยอะครับตอนนี้เวลาผ่านไปแล้ว 9 วัน ทุกบ่อจะใช้เวลาประมาณ 17-20 วัน ก็สามารถจับลูกอ๊อดจำหน่ายได้ แต่ถ้าเป็นลูกกบ จะใช้เวลา 30 - 45 วัน




วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เกษตรพอเพียง หนทางสู่อาชีพที่มั่นคง

การเลี้ยงกบ ปี 2556
ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

ทำนาปีละ  3  ครั้ง


การเลี้ยงกบในบ่อดิน


บ่ออนุบาลลูกอ๊อด



คัดเลือกลูกอ๊อดจำหน่ายให้ลูกค้า
แปรรูปสินค้า 
อั่วกบ

อั่วกบทอด

กบตากแห้งทอดกบ



ปลูกกล้วยไว้กินผล
 ปลูกไผ่เลี้ยงไว้กินหน่อ

เลี้ยงไก่ไว้เป็นอาหารเสริม





การเลี้ยงจิ้งหรีด




การเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม

          จิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย รสชาติอร่อย มีโปรตีนสูง ทั้งยังมีความต้องการทางตลาดสูง ส่วนใหญ่ ผู้เลี้ยงจะนำจิ้งหรีดมาเป็นอาหารโดยการแปรรูปขายตามตลาดทั่วไป หรือทำเป็นข้าวเกรียบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับจิ้งหรีดและ เพิ่มช่องทางการขาย วิธีการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำ มีขั้นตอนการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยากมากนัก ใช้พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงไม่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริม

          การเลี้ยงจิ้งหรีด ในกล่องที่ทำจากฟิวเจอร์บอร์ด ลงทุนไม่มาก เลี้ยงง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาว่างน้อย ที่กำลังมองหาอาชีพเสริม



พันธุ์จิ้งหรีด

          พันธุ์จิ้งหรีด หาซื้อได้จากฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดทั่ว ๆ ไปครับ



อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

          1.   ไม้ สำหรับทำชั้นวางกล่อง  หาได้จากธรรมชาติ อาจจะเป็นไม้ยูคา ไม้ไผ่ ฯลฯ

          2.   ฟิวเจอร์บอร์ด

          3.   ตาข่าย

          4.   ตะปู

          5.   คลิปหนีบ หรือที่หนีบผ้า

          6.   เทปกาว

          7.   ถาดให้อาหาร

          8.   แผ่นโฟมซับน้ำ

          9.   ถาดใส่น้ำ




วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด
      ระยะไข่-ตัวอ่อน
               จากไข่จิ้งหรีดเป็นตัวอ่อน ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน หลังจากที่ไข่จิ้งหรีดฟักออกเป็นตัวอ่อนแล้วให้นำตัวอ่อนของจิ้งหรีด ไปใส่ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ดที่เตรียมไว้ จากนั้นนำตาข่ายที่เตรียมไว้มาปิดให้สนิทเพื่อป้องกันศัตรูที่จะมากินจิ้งหรีด เช่น มด จิ้งจก ฯลฯ
          การให้อาหาร ระยะที่จิ้งหรีดยังเป็นตัวอ่อน ให้อาหารไก่เล็ก
          การให้น้ำ ระยะที่จิ้งหรีดเป็นตัวอ่อนการให้น้ำจิ้งหรีด ใช้ฟองน้ำซับน้ำให้ชุ่มใส่ในถาดแล้ววางในกล่องเลี้ยง ตัวอ่อนจิ้งหรีดจะมาดูดกินน้ำที่ฟองน้ำ ไม่ควรให้น้ำโดยการใส่ถ้วยหรือจาน เพราะลูกจิ้งหรีดจะจมน้ำตาย

          ระยะตัวอ่อน-โตเต็มวัย
              การให้อาหาร อาจจะให้อาหารเสริมที่หาได้จากธรรมชาติ เช่น ใบมันสำปะหลัง ผักบุ้ง หญ้าอ่อน เพื่อเป็นการลดค่าอาหารในการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วย
              การให้น้ำ ในระยะที่จิ้งหรีดโต ให้น้ำโดยใส่ถาดโดยการวางก้อนกรวดในถาดแล้วเติมน้ำลงไปเพื่อให้จิ้งหรีดกินน้ำได้ง่าย

          ระยะผสมพันธ์-วางไข่
              ระยะจากตัวอ่อน-ตัวโตเต็มวัย จะใช้เวลา 45-50 วัน จิ้งหรีดโตเต็มวัยแล้วจะเป็นช่วงที่จิ้งหรีดจะผสมพันธ์ เราจะต้องคอยสังเกตจิ้งหรีด ประมาณ 3-4 วันจิ้งหรีดจะเริ่มวางไข่  ให้นำขันใส่ขี้เถ้าแกลบวางไว้ในกล่อง จิ้งหรีดจะขึ้นวางไข่บนขันใส่ขี้เถ้าแกลบ
          หลังจากที่จิ้งหรีดวางไข่ เสร็จแล้วให้นำขันไข่จิ้งหรีด เก็บไว้ในกล่องโฟม เป็นการอบไข่ แต่อย่าปิดให้แน่นเกินไป เพื่อรอการฟักและเพาะเลี้ยงในช่วงต่อไป ส่วนจิ้งหรีดที่โตเต็มวัยแล้ว ก็นำขาย หรือแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าของจิ้งหรีดก็ได้
          หลังจากที่เก็บจิ้งหรีดออกหมดแล้วก็ให้ทำความสะอาดกล่องไว้  เพื่อใช้เลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อไป

การจำหน่าย

       ราคาขายจิ้งหรีด
              กิโลกรัมละ  180 – 200 บาท

          ราคาขายขันไข่จิ้งหรีด
              ราคาขันละ 70 – 80  บาท

          การแปรรูปจิ้งหรีด  โดยกรรมวิธี
               1.   นึ่งให้สุก

               2.   ทอดกรอบ
               3.   ทำข้าวเกรียบจิ้งหรีด












วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

การเลี้ยงกบในบ่อดิน ทุกฤดูกาล

การเลี้ยงกบในบ่อดิน

             ต่อจากครั้งที่แล้ว จากที่ได้ทดลองทำบ่อเลี้ยงในบ่อดิน ก็ได้ปรับปรุงการทำบ่อดินให้ึมั่นคงกว่าแบบเดิม โดยการทำเป็นโครงหลังคา และใช้ตาข่ายคลุมเพื่อป้องกันศัตรูกบไม่ว่าจะเป็นนกชนิดต่าง ๆ ที่ชอบกินสัตว์น้ำ

หลังจากที่เลี้ยงกบแล้ว จะไปขายที่ไหนดี 
             ทางออกมีให้คุณเลือกเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นการขายส่งตามตลาดสด หรือแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำอั่วกบ (กบยัดไส้) กบแดดเดี่ยว ทำขึ้นมาเถอะครับ ขอให้ทำให้สะอาด รสชาติดี น่ารับประทาน ถ้าไม่ขี้เกลียด ก็ขายได้หมดนั่นแหละครับ มาดูผลงานของผมครับ

อั่วกบ


หนังกบตากแห้ง


          เป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ครับ ผมเองก็ทำเป็นอาชีพเสริมครับ ถ้าเลี้ยงกบไว้มากเกินไปเราอาจจะส่งขายไม่ทัน ยิ่งเลี้ยงไว้นาน ๆ ค่าอาหารที่ซื้อให้กบกินก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายเราต้องรีบจำหน่ายกบออกให้หมด เป็นการลดค่าใช้จ่าย แต่รายได้เพิ่มขึ้น ถ้าเราทำได้กำไรจากการเลี้ยงกบก็เพิ่มขึ้น ไม่ต้องรอแต่ว่าจะส่งขายตามตลาดเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการขายยกบ่อก็ดีครับถ้าทำได้ ตรงนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นการขายส่งตามตลาดวันละ 5 กิโล 10 กิโล แบบนี้ไม่ไหวครับ
           เรารองมาคิดดูว่า ถ้าเราเลี้ยงกบ 1,000 ตัว กบมีน้ำหนัก 10 ตัว/กิโล ถ้าเราส่งตลาดวันละ 10 กิโล ๆ ละ  70  บาท เราจะใช้เวลาส่งตลาดอยู่ 10 วัน เราก็จะได้เงินจากการขายกบวันละ 700 บาท/วัน
แต่ถ้าเราทำการแปรรูป เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกจากวันละ 700 จะเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 2-3 เท่าตัว และราคากบที่เราขาย จะมีขึ้น ๆ ลง ๆ ตามแต่ฤดูกาลนะครับ ถ้าขายกบนอกฤดูอาจจะได้ราคากิโลกรัมละ 80-90 บาทครับ
           ครั้งแรก ๆ ผมคิดว่าเลี้ยงกบเมื่อกบโตก็จับขายส่งตลาด แต่พอมาเลี้ยงจริง ๆ เข้า กบยิ่งโตก็ยิ่งกินอาหารสิ้นเปลืองไปเรื่อย ๆ ก็เลยหันมาแปรรูปขายเพื่อเพิ่มรายได้อีกทาง
          แต่อย่างไรก็ตาม การจะทำอะไรก็ต้องดูตลาดของผลิตภัณฑ์ด้วยนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556


เกษตรพอเพียง



ผมได้อ่าน และศึกษาแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง และผมก็ได้นำมาทดลองทำตามทฤษฎีเกษตรพอเพียงดู ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผมตอนนี้ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

ในการทำการเกษตรอย่างพอเพียง ตอนนี้ในแปลงนาของผมมีบ่อเลี้ยงกบ และัเลี้ยงเป็นไว้เป็นอาหาร


ในแปลงนาของผม ปลูกข้าว และเลี้ยงปลาในนาข้าว

บ่อเลี้ยงกบ



 แปลงนาข้าว





          ตอนนี้ผมเปลี่ยนแนวความคิดในการทำนาใหม่ โดยการเลิกใช้สารเคมีทุกชนิดในการทำนาข้าว ความอุดมสมบูรณ์ของแปลงนาข้าวของผมเริ่มกับมาแล้วครับ ตอนนี้เริ่มมีแหนแดงเกิดขึ้นในนาข้าว หลังจากที่ไม่มีมาหลายปีแล้ว ผมพึ่งเห็นแหนแดงเกิดในแปลงนาผมเป็นครั้งแรก และผมก็เลี้ยงปลาในนาข้าวด้วย ตอนนี้มีมีอาหารอยู่ทั่วแปลงนาครับ มีข้าว กบ ปลา เป็ด และพืชผักต่าง ๆ ที่ปลูกไว้






 


กำลังคัดแยกลูกอ๊อดให้ไว้ให้ลูกค้าครับ

           ในแปลงนาของผม ตอนนี้ผมเริ่มปลูกพืชกินได้ตามคันนา ปลูกมีต้นกล้วย  ปลูกไผ่เลี้ยงไม้ไว้กินหน่อ ปลูกผักชะอม ปลูกต้นมะกรูด ข่า ตระไคร้ ฯลฯ

 
ปลูกกล้วยไข่ ออกผลแล้วครับ เครือแรกของแปลงนาครับ


กำลังจะเก็บหน่อไม้ไปทำอาหารครับ


ข้างบ่อเลี้ยงลูกอ๊อด ผมปลูกชะอม ไ่ผ่เลี้ยง ต้นมะกรูด ตระไคร้ ไว้เป็นอาหารครับ  ต่อไปในอนาคตผมจะมีตลาดสดในสวนแล้วครับ


          จากที่ทำมาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เริ่มเห็นได้ชัดเจนแล้วครับ ผมคิดว่าผมลงทุนไปขนาดนี้ไม่มีขาดทุนครับ