วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเพาะเลี้ยงกบนอกฤดู

การเพาะเลี้ยงกบนอกฤดู
คุณอาทิตย์  บุญมีรักษ์ 
อาศัยอยู่บ้านเลขที่  6 หมู่ 1 บ้านค้อ ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง  จังหวัดอุบลราชธานี 34000
โทร: 080-1645444 




หลังจากที่เลี้ยงดูพ่อแม่พันธุ์มา 1 ปี เต็ม

           วันนี้ผมประสบความสำเร็จในการเพาะกบนอกฤดูแล้วครัว หลังจากที่ลองผิดลองถูกมานาน ตอนนี้มีพ่อแม่พันธุ์ รวม 480  ตัว

การจัดการที่ดี

         1.  เริ่มตั้งแต่การดูแลบ่อพัก พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และการให้อาหาร
         2.  เปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยงทุก  2  วัน
         3.  ทำความสะอาดบริเวณที่ให้อาหารก่อนการให้อาหารทุกครั้ง เนื่องจากบริเวณที่เราให้อาหาร จะมีเศษอาหารที่กบกินไม่หมด เก็บทำความสะอาดออกไป
         3.  ต้องคอยสังเกตด้วยว่ามีกบตัวไหนที่กินอาหารไม่ทันเพื่อน ให้จับแยกไปไว้บ่อใหม่เลยครับ เพราะถ้าไม่แยกจะทำให้การเจริญเติบโตของกบช้า
        
มาดูบ่อเพาะลูกอ๊อดครับ
        วันที่ 20 มีนาคม 2556 วันนี้ผมได้นำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ลงบ่อเพาะลูกอ๊อด จำนวน  2  บ่อครับ  และรุ่งเช้ามา พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ จับคู่ และวางไข่แล้วครับ  รอดูต่อไปครับว่าจะเป็นยังไง เดี๋ยวจะนำภาพมาให้ดีอีกทีหนึ่ง
        วันที่ 25 มีนาคม 2556  วันนี้บ่อเพาะลูกอ๊อดของผมทั้ง  2  บ่อ ฟักเป็นตัวแล้วครับ

          หลังจากที่เพาะลูกอ๊อดได้แล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะำนำลงไปเลี้ยงในบ่อดิน เพื่อที่จะเพาะลูกอ๊อดรุ่นต่อไป ใช้เวลาในการเลี้ยงในบ่อดินประมาณ 12 วัน ก็สามารถจับลูกอ๊อดส่งขายตามตลาดได้
    
ราคาขายลูกอ๊อดนอกฤดู
                                 
          ขายปลีก         กิโลกรัมละ       300     บาท
          ขายส่ง           กิโลกรัมละ       200     บาท

ในช่วงหน้าฝนจะะมีลูกอ๊อดตามธรรมชาติออกมาจำหน่าย ทำให้ราคาลดลง

ราคาขายลูกอ๊อดในฤดู
                                 
          ขายปลีก         กิโลกรัมละ       200     บาท
          ขายส่ง           กิโลกรัมละ       150     บาท


  -----------------------------------------------------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเลี้ยงกบ การเพาะลูกอ๊อด เลี้ยงกบในบ่ดิน กบนอกฤดูกาล

การเลี้ยงกบ



             ในปัจจุบันกบตามธรรมชาติแทบจะไม่มีให้เราได้พบเห็นกัน เนื่องจากกบเป็นสัตว์ที่มีความนิยมในการบริโภคกันมาก จึงทำให้อาชีพจับกบขาย เป็นอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงทำให้กบที่มีในธรรมชาติหมดไป แม้แต่ลูกอ๊อดที่เกิดขึ้นมา ก็ยังไม่มีโอกาสที่โตขึ้นเป็นกบได้ จึงทำให้เกิดอาชีพการเลี้ยงกบขึ้น ทำให้มีผู้คิดค้นหาวิธีการเลี้ยงกบ และพัฒนาการเลี้ยงกบในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกบในบ่อดิน บ่อปูน หรือการนำเอายางรถยนต์มาทำเป็นที่เลี้ยงกบ ฯลฯ

              แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลี้่ยงกบในรูปแบบใด ล้วนแต่มีปัญหาในการเลี้ยงทั้งนั้น ปัญหาที่พบ นั่นก็คือ อัตราการรอดตายของลูกกบที่เลี้ยง

              จากประสบการณ์การเลี้ยงกบที่ผ่านมาก หากผู้ที่สนใจการเลี้ยงกบ ขอแนะนำการเลี้ยงกบในบ่อดินจะดีกว่า เนื่องจากว่าการเลี้ยงในบ่อดินจะมีอัตราการรอดตายสูงกว่าการเลี้ยงในรูปแบบ ต่าง ๆ การเลี้ยงกบในบ่อดินจะพบปัญหาการตายของกบน้อย ไม่พบปัญหาเรื่องโรคกบ หรือโรคท้องแดง ฯลฯ และก็ไม่ให้ใช้ยาปฏิชีวนะ

              มาดูการเลี้ยงบ่อดิน ว่าวิธีการเลี้ยงเขาเลี้ยงกันยังไง

              1. บ่อเพาะลูกอ๊อด
              2. บ่ออนุบาลลูกอ๊อด
              3. บ่อคัดแยกขนาดลูกกบ
              4. บ่อเลี้ยงกบโต

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

เพาะเลี้ยงกบในบ่ดิน


การเพาะเลี้ยงกบในบ่อดิน


อาทิตย์  บุญมีรักษ์  เป็นเกษตรกรมือใหม่ 
อาศัยอยู่บ้านเลขที่  6 หมู่ 1 บ้านค้อ ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000


        ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบทำการเกษตร แต่ติดตรงที่ว่ามีเวลาว่างไม่มากนัก เพราะต้องทำงานด้วย โดยกำเนิดแล้ว ผมก็เป็นลูกชาวนาอยู่แล้วครับ จึงหันมาสนใจการทำเกษตรพอเพียงโดยการทดลองเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก เลี้ยงอยู่ประมาณ 2 ปีได้ แต่ส่วนมากแล้ว ที่เลี้ยงไว้จะใช้ทำเป็นอาหารครับ เป็นการลดค่าใช้จ่ายไปในตัว อย่างน้อยเราก็มีปลาที่เราเลี้ยงไว้ วันไหนไม่มีกับข้าว เราก็จับมันมาทำเป็นอาหารได้ครับ  ไม่มีอดครับ
         ตอนนี้ผมหันมาศึกษาการเลี้ยงกบครับ เลี้ยงมาเป็นเวลา 2 ปีแล้วครับ  แต่ไม่ได้เลี้ยงในเชิงธุรกิจ ครั้งแรกที่เริ่มเลี้ยง ผมได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์มาเพียงแค่ 2 คู่  ก็เลยทดลองเพาะลูกอ๊อด โดยการศึกษาจากอินเตอร์เน็ตครับ ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง 
         เพาะครั้งแรก   ไม่ประสบความสำเร็จ 
         เพาะครั้งที่สองจึงประสบความสำเร็จ ได้ลูกอ๊อดมาหนึ่งคอก  ประมาณ 100  ตัว เลี้ยงไป ๆ มา ๆ จนลูกอ๊อดกลายเป็นกบที่รอดตายจริง ๆ เพียงแค่ 10 ตัวเองครับ
         เพาะครั้งที่สาม  จึงได้มาศึกษาการเพาะลูกอ๊อด และอนุบาลลูกอ๊อด ครั้งนี้ผมได้ลูกอ๊อดมาประมาณ หนึ่งคอกเช่นกัน แล้วก็ได้ทดลองอนุบาลจนลูกอ๊อดมีขางอกออกมา และกลายเป็นลูกกบ ประมาณ 1,000 กว่าตัว  ครั้งนี้ดีใจมากที่เพาะลูกอ๊อดได้สำเร็จ 


การเพาะเลี้ยงกบในบ่อดิน
        การเลี้ยงกบเป็นอาชีพ หนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อนจึงจะทำ ให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จได้

บ่อเพาะลูกกบ
 
     วัสดุที่ใช้
         1. ตาข่าย 
         2. ผ้ายาง
         3. ลวด
         4. ครีมตัดลวด
     ขั้นตอนการทำบ่อ
         -  ขุดบ่อขนาด  1.50 x 2.00 เมตร ความลึกตรงกลางของบ่อ  ประมาณ  15  เซนติเมตร
         -  ขอบบ่อปรับพื้นดินให้มีความลาดเอียง 
         -  นำผ้ายางมาปู แล้วนำดินมากลบขอบผ้ายางให้มิดชิด  
         -  นำตาข่ายมาล้อมรอบบ่อ เพื่อป้องกันศัตรูกบ
         -  นำหญ้ามาปลูก เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด  เพื่อให้พ่อแม่พันธุ์ขึ้นไปหลบซ่อนตัวได้
         -  ต่อท่อน้ำติดสปริงเกอร์ เพื่อทำเป็นฝนเทียม

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

การเลี้ยงปลาดุกในโอ่งน้ำ

การเลี้ยงปลาดุกในโอ่งเก็บน้ำ
         การเลี้ยงปลาดุก  เป็น วิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย และสำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อนย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมได้ ส่วนผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจครับ
        1.  เติมน้ำลงในโอ่งน้ำประมาณ 2  ฟุต ปล่อยทิ้งไว้  1  สัปดาห์  แล้วค่อยนำปลามาปล่อย  อัตราการปล่อยปลา  100-150 ตัว 
        2.  การเปลี่ยนถ่ายน้ำ  เปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ  1  ครั้ง  ใช้วิธีการเพิ่มปริมาณน้ำำครั้งละ  1  ฟุต ทุก  2  วัน  จนกว่าปริมาณน้ำจะเต็มโอ่ง หลังจากที่น้ำเต็มโอ่งแล้ว การเปลี่ยนถ่ายน้ำครั้งต่อไป เราจะใช้วิธีการลดปริมาณน้ำในโอ่งลง ให้เหลือน้อยลง คือลดลง 1/4 ของปริมาณน้ำทั้งหมด
         3.  เมื่อลดปริมาณน้ำเสร็จแล้ว เราก็จะเริ่มขั้นตอนของการเพิ่มปริมาณน้ำขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าปลาที่เลี้ยงไว้จะเจริญเติบโตเต็มที่
         การเลี้ยงปลาในโอ่งน้ำ เราจะใช้อีเอ็ม เทลงในโอ่งเลี้ยงปลาสัปดาห์ละ  1  ครั้ง เพื่อปลาที่เราเลี้ยงไว้จะได้แข็งแรง ทำให้ปลากินอาหารได้ดีขึ้น
         ภาพนี้ ผมผึ่งปล่อยลงโอ่งน้ำ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ครั้ง  ตอนนี้โตแล้วครับ ใกล้จะจับขายได้แล้ว
   
การให้อาหาร
           1-2 เดือนแรก ให้อาหารเฉพาะตอนเย็น วันละ 1  ครั้ง หลังจากสองเดือนผ่านไปก็ให้อาหารเช้า-เย็น หลังจากให้อาหารปลาเสร็จ ให้สังเกตดูว่าอาหารที่ให้นั้นปลากินหมดมั้ย ถ้าไม่หมด ก็ให้ลดปริมาณอาหารที่ให้ลง เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย



แหล่งจำหน่าย
           ขายตามหมู่บ้านครับ กิโลกรัมละ  60-70  บาท